อุทาหรณ์ ของคนตกปลา
   ผมเจอกระทู้เพื่อนเก่าคนหนึ่ง (จำชื่อไม่ได้) ในเวปเชียงใหม่ ที่เอาบทความ" ตกปลาอย่างไรไม่ให้ผีเข้า" มาลงใว้ ก็เลยอยากเขียนแบบประสบการณ์ตรงของตัวเอง มาเพื่อเป็นประโยชน์กับใครต่อบ้าง ลองอ่านบทความ"ผีเข้า"ผมก่อนล่ะ ก่อที่จะไปอ่าน " ตกปลาอย่างไรไม่ให้ผีเข้า"

ผมเองเป็นอยู่ช่วงหนึ่ง ประมาณสักสองปีครับ เริ่มต้นครั้งแรกคือออกจาก ธรรมชาติ มาเล่นปลาบ่อ สนุกๆ ไม่แข่ง สักพักรู้สักว่าเสียเวาลา ลงแข่งบ้าง นานเข้าก็ทุกแมตท์ ได้บ้างไม่ได้บ้าง นานเข้าก็เดินสายต่างจังหวัด ค่าใช้จ่ายไม่ต้องพูดถึง ต่อเดือนมันมาก พอสมควร โดยเฉพาะแมทต์ ที่เป็นไนท์เล็ก อย่างน้อย หนึ่งพันบาทต่อครั้ง อาทิตย์ละ สามครั้ง ไม่รวม แมทต์วันอาทิตย์ ตลอดสองปีไม่เคยหยุด ครับ

มีช่วงจังหวะเวลาหนึ่งครับ ที่ต้องทำให้ตัวเองเปลี่ยนไป ความห่างเหินครอบครัว โดยปกติก็จันทร์ ถึง ศุกร์ ไม่ได้อยู่บ้าน แล้งยังแถม เสาร์อาทิตย์ รู้สึกถึงความไม่รับผิดชอบของตัวเอง มากขึ้น

ผมลองนั่งนึกถึงสิ่งที่ต้องเสียไป อาทิตย์เสียเงินกับการตกปลาโดยเฉลี่ย อย่างน้อย 4000 บาทต่อหนึ่งสัปดาห์ เดือนหนึ่งประมาณ 16000 บาท แต่นั่นมันคือตัวเลข ที่สามารถ คำนวณได้ แต่สิ่งที่เสียไปโดยประเมินค่าไม่ได้ คือ ครอบครัว ไม่รู้ว่าเสียอะไรไปบ้าง มันประเมินค่าความเสียหายไม่ได้จริงๆ

มาวันนี้ผมก็ยังไม่เลิกตกปลาครับ เพียงว่า ครอบครัวต้องมาก่อนทุกกรณี ไม่มีข้อยกเว้น เสียตังค์จองค่าคันแล้ว ก็ให้คนอื่นไป วันนี้ ผี ที่มันอยู่ในห้วงความรู้สึก ผมมันก็กำลังจะออกไป

วันแรกที่เราเข้ามาทำกิจกรรมนี้เราคิด ไว้หรือไม่ว่า มันแค่ไหน สำหรับผมแล้ว ไม่เลยผมปล่อยตัวเองมาตลอด แต่วันนี้ ผมตกปลาให้เป็นเกมส์ สำหรับบ่อแข่ง และตกปลาพักผ่อนสำหรับ ธรรมชาติ ไม่หมกหมุ่น ไม่เสียสติ เหลือไว้แค่ อาทิตย์ละครั้ง สำหรับแมทต์ ใหญ่ๆ เท่านั้น ครับ

สุดท้ายสำหรับท่านที่ยังโดนสิงอยู่ ขออนุญาต แนะนำว่า
อย่าคิด และหวังคาดการล่วงหน้า (ทำให้นอนไม่หลับ รอวันนั้นมาถึง)
อย่าบ้าอุปกรณ์ตกปลา(ทำให้เกิดความอยากโหยหา มาเป็นเจ้าของ)
อย่าค้นหามิตร(กินเหล้าที่บ่อตกปลา)
อย่าทำตัวให้เหงา (มิฉะนั้นจะต้องไปที่เคยไป)
อย่าเมาแล้วเข้าบ้าน (มิฉะนั้นจะพาลหาเรื่องออก)
อย่าคิดว่าตกปลามีรางวัล (มันจะเกิดความโลภ)

........บอกกับตัวเองเสมอว่า เงินทองหายาก จำนวรางวัลมันน้อยคนมันแย่งกันเยอะมันอาจจะไม่ถึงเรา และที่สำคัญบอกตัวเองว่า ถ้าเราไม่ไป ไม่มีค่าใช้จ่าย เอาเงินนี้ครอบครัวไปกินข้าวดีกว่า....
อยากบอกว่า เอาแค่พอดี อย่ามากเกินไป จะได้ไม่เดือดร้อน ครับผม


ในเช้าวันที่ความฝันผมเปล่งประกาย ผมยืนอยู่ข้างๆ หมอนก กับ โอ๊ต ที่บ่อ it monster lake

ที่นั่นผมพบชายวันกลางคน นั่งตกปลาอยู่อย่างไม่รีบไม่ร้อน สกอร์ของแกไปเรื่อยๆ เนียนๆ นั่นเป็นครั้งแรกที่ผมพบแก

ครั้งที่สอง ในงานมิตติ้งของเว็ปสนุก ผมพบแกในการตกปลากระพงขาว ที่ผมสุดทึ่งในฝีไม้ลายมือของแก

วันนี้วันที่ผมมีโอกาสคุยกะกับบ่อยครั้งขึ้น ได้มีโอกาสเข้าถึงจิตใจและความคิดของแกผ่านบทความดีๆ ของแกหลายครั้ง และครั้งนี้ เมื่อผมเอ่ยปากขออนุญาตผ่านสาย LAN แกก็ไม่ได้ปฏิเสธ

หวังว่าบทความนี้จะเตือนสติใครหลายๆคนได้บ้างนะครับ

ขอบคุณพี่ตะวัน (คนโสด) เจ้าของบทความด้วยครับ


ตกปลาอย่างไรไม่ให้ผีเข้า
**************************************
คงต้องอธิบายความหมายของคำว่า “ผีเข้า” ในมุมมองของผมก่อน
คำว่า ผีเข้า ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงอากัปกริยาหรือพฤติกรรมของคน ที่แสดงออกมา แล้วทำให้ผู้พบเห็นเข้าใจว่ามีพลังที่มองไม่เห็นจำพวกสัมภเวสี หรือเจ้าเข้าอะไรเทือกนั้น แต่ผีเข้าในความหมายของผมคืออาการของคนที่หมกมุ่นหรือมุ่งมั่นทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งจนเกินความพอดีจนเป็นเหตุให้เกิดผลเสียทั้งต่อตนเองและคนใกล้ชิด ผีในที่นี้ก็คือผีที่อยู่ในใจเรานี่เอง ถ้าเราควบคุมจิตใจตัวเองไม่ได้ ก็จะขาดสติ ขาดเหตุผลที่ดี และในที่สุดก็นำไปสู่การแสดงออกทางพฤติกรรม ที่ผมเรียกว่าผีเข้านั่นเอง
สรุปว่าตกปลาแล้วผีเข้า หรือผีปลาเข้าอะไรทำนองนี้ในความหมายของผมก็คือ คนที่คิดหรือใช้เวลาในการทำกิจกรรมต่างๆที่เกี่ยวกับการตกปลา มากจนเกินพอดี จนทำให้เกิดผลเสียทั้งต่อตนเอง และต่อคนใกล้ชิด หรือแม้กระทั่งต่อหน้าที่การงานที่ต้องรับผิดชอบ
จริงๆแล้วผมมีตัวอย่างมากมายที่ได้พบเห็นด้วยตัวเองเกี่ยวกับอาการผีปลาเข้า เรื่องราวต่างๆล้วนมาจากเพื่อนฝูงและนักตกปลาที่ผมได้มีโอกาสใกล้ชิดทั้งสิ้น มีแรงจูงใจที่แตกต่างกันออกไปในการส่งผลให้คนเราเกิดพฤติกรรมที่เกินความพอดี แรงจูงใจแรกที่อยากจะยกตัวอย่างก็คือ มนุษย์เรา ตามธรรมชาติแล้วเป็นสัตว์สังคม ต้องการการยอมรับจากคนอื่น ต้องการคำชม ต้องการแสดงเพาเวอร์ ต้องการมีให้เหมือนกับที่คนอื่นมี ผมเคยเห็นนักตกปลามือใหม่คนหนึ่ง พอเริ่มเข้าวงการก็สรรหา ซื้อเครื่องไม้เครื่องมืออุปกรณ์ตกปลาต่างๆที่มีราคาแพงๆเกินความจำเป็นทั้งๆที่ตัวเองฐานะการเงินก็ไม่ดีนัก เหตุผลจริงๆกลับไม่ใช่ซื้อมาเพื่อให้เหมาะสมกับชนิดของปลาที่จะตก แต่ซื้อมาเพื่อให้ได้ดีเท่ากับคนอื่น เพื่อแข่งกับคนอื่น ผลสุดท้ายตัวเองก็ไม่ค่อยได้ออกตกปลาเท่าไหร่ แค่มีอุปกรณ์ไว้อวดคนอื่นเท่านั้นเอง แบบนี้ผมเรียกว่าผีเข้าเหมือนกัน
*****แล้วประเภทที่ไม่ค่อยได้เข้าบ้านเข้าช่อง วันๆอยู่กับบ่อกับแม่น้ำ งานการก็ลาบ่อยจนเกินเหตุ ใช้เวลาส่วนใหญ่กอดคันเบ็ดมากกว่ากอดลูกกอดเมีย เชื่อมั้ยว่าคนแบบนี้มีจริงๆ ผมเคยเห็นมาแล้วครับ อย่างนี่ไม่ให้เรียกว่าผีเข้าได้ยังงัยครับ อีกตัวอย่างหนึ่งที่อยากจะเล่าให้ฟัง ผมเห็นนักตกปลาสองกลุ่ม อยู่หมู่บ้านเดียวกันแท้ๆ คุ้นเคยกันเป็นอย่างดี อยู่มาวันหนึ่งเกิดกระแนะกระแหนกันว่าเหยื่อตกปลายี่สกไทย ของใครจะเจ๋งกว่ากัน แต่ละกลุ่มก็พัฒนาเหยื่อของตัวเองและทดสอบกันอย่างเป็นบ้าเป็นหลัง ดูเหมือนจะดีที่แข่งกันพัฒนาเหยื่อ แต่หาเป็นเช่นนั้นไม่ ยิ่งสะสมนานวัน อุณหภูมิความรุนแรงเริ่มสูงขึ้น พอเจอหน้ากันคราวนี้พูดผิดหูนิดเดียวยกพวกตีกันเลย กะอีแค่เรื่องใครทำเหยื่อเจ๋งกว่าใครนี่เอง อย่างนี้ผมว่ายิ่งกว่าผีเข้าอีกครับ
****เกือบลืมครับ จะขาดเสียมิได้ ก็พวกผีบ่ออีกประเภทหนึ่งครับ พวกนี้ใช้วิชามารสารพัดโกง ทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้ชัยชนะ และเงินรางวัล พวกนี้ผมจัดให้อยู่ในประเภทพวกกาฝากที่แฝงมาในคราบนักตกปลา ไม่น่าเรียกว่าเป็นพวกรักการตกปลาด้วยซ้ำ
*****เหล่านี้เป็นเรื่องจริงที่ผมได้มีโอกาสได้พบเห็นทั้งจากเพื่อนฝูงคนใกล้ชิดที่เคยตกปลาด้วยกัน แม้กระทั่งตัวผมเองก็เคยมีอาการผีปลาเข้าเหมือนกัน ตอนเริ่มตกปลาใหม่ๆเกิดฟลุ๊ค ตกปลายี่สกไทยได้ตัวหนึ่งซึ่งน้อยคนจะได้ประมือกับมัน พอกำลังจะเอาขึ้นฝั่งมันเกิดสะบัดทำให้ตัวเบ็ดหักปลาหลุดลงน้ำไป เท่านั้นแหละครับ ผีปลาเข้าเลย เนื้อตัวสั่นไปหมด ไม่เป็นอันกิน อันนอน เฝ้าแต่ปลาเลยคราวนี้ ทำอะไรก็ไม่มีสมาธิ นึกถึงแต่จะต้องให้ปลาตัวใหญ่มากินเบ็ดอีกให้ได้ ที่เล่ามาทั้งหมดใครที่เคยมีพฤติกรรมเหล่านี้อาจไม่เห็นด้วยกับความคิดของผม ก็ต้องขออภัยด้วยนะครับ ผมแค่อยากนำเสนอมุมมองที่อาจทำให้เพื่อนที่ชอบตกปลาเหมือนกันได้ฉุกคิดถึงปัญหาของความไม่พอดีเท่านั้นเอง ส่วนใครที่ตกปลาแล้วมีความสุข เพราะทำอะไรไม่เกินตัว ครอบครัวก็แฮปปี้ อย่างนี้ก็ไม่เรียกว่าผีเข้านะครับ ขอโมทนาสาธุครับ
สรุปว่าการตกปลาแล้วไม่ให้ผีเข้าก็คือ ต้องมีสติ เดินทางสายกลาง ไม่ทำอะไรเกินตัว อย่าไปยึดมั่นถือมั่นกับคำติ คำชม หรือวัตถุอุปกรณ์อะไรมากนัก แบ่งเวลาให้เหมาะสม เวลาตกปลาก็ให้คิดไว้ล่วงหน้าว่าเราต้องมีน้ำใจเป็นนักกีฬา รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย เราเองก็จะมีความสุขแบบผ่อนคลาย แทนที่จะหมกมุ่น คิดเอาชนะ ถ้าคิดได้แบบนี้ ผมว่าผีในใจของเราก็จะหมดไป และผีที่ไหนๆก็คงไม่กล้าเข้าแล้วหละครับ

*******************************
ตะวันวาด (ตะวันคนโสด)
 ฅนสันโดษ       วัน พฤหัสบดี ที่ 24 ธันวาคม 2552 ,13:08 น.         61.7.169.17
อ่าน : 1109      ตอบ : 5       ตอบล่าสุด : 2 ขอ  , 10 ม.ค. 53 ,17:08
คติ : ตะวา อ้ายเมา วันนี้อ้ายก่อเมา แหมพูก อ้ายตึงบ่เมา เออะ..
 หน้า : 1 
ความคิดเห็นที่ 1
 ที่ราบสูงสะเมิง
 ศ , 25 ธ.ค. 52 ,10:54
203.155.198.1
 คติ : กาลเวลาเปลี่ยนไป...สรรพสิ่งย่อมเปลี่ยนแปลง

   
บางครั้งก็บ้า บางครั้งก็เมา ผีเข้า-ผีออกเป็นบางครั้ง..ฮิๆ แต่ไม่ถึงกับผีสิง

ทำอะไรก็แล้วแต่คนเรามักจะลุ่มหลง และเอาชะนะมันให้ได้ โดยที่ไม่ยอมที่

จะถอยแล้วตั้งหลัก..ฮิๆ

ไม่ใช่แต่เพียงตกปลา เกมส์ การพนัน เหล้า บุหรี่ และอื่นๆ

มันอยู่ที่ตัวบุคล และจิตใจ และความรู้สึกสำนึกคิดต่างหาก

ถ้าคนเรารู้จักพอ หรือพอเพียง และ เพียงพอ ชีวิตคงจะดีขึ้น...ฮิๆ
ความคิดเห็นที่ 2
 ก้าน กองกีด
 ศ , 25 ธ.ค. 52 ,13:29
61.7.144.191
 คติ : ขอแค่ใด๋จอมมันตึงม่วน

   มีแต้หยั่งเปินว่าตะ ตึงเหล้าบุหรี่ตึงเบ็ดป๋าเข้าบ้านดึกดึนค่อนคืน ลูกเมียจวนไปไหนเป็นตุกเป็นยากเปิ้นจวนไปเบ็ดป๋านิโวยป่าค้าน ปอๆอู้ไปนักก่อเดียวจะเข้าตัวเก่าไปติ๋กๆ





เอ้ออออออออออออออออออออออกัดอก
ความคิดเห็นที่ 3
 ฅนเจียงฮาย
 ศ , 25 ธ.ค. 52 ,15:24
222.123.16.17
 คติ : *** ถึงวันนี้เราจะแห้ว *** แต่วันพรุ่งนี้เรายังมีหวัง *** สู้ต่อไป *** ฅนหลังคัน ***

    *** สงสัยผมต้อง ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการตกป๋าหื้อน้อยลง เหียพ่องเหมือนกั๋นคับ เห่อ ๆ เป๋นดีกั๊ดอก เหมือนกันเลยคับ

ความคิดเห็นที่ 4
 ฅนสันโดษ
 ศ , 25 ธ.ค. 52 ,16:03
61.7.173.193
 คติ : อย่าคิดมาก พรุ่งนี้ก็เช้าแล้ว

   อ่ะเจอมาอีกแล้ว เรื่องคล้ายกัน เป็นอุทาหรณ์ครับ เอามาฝาก

........................ อ่านให้จบนะครับ ดีจริงๆ


มีชายหนุ่มไฟแรง ที่มุมานะทำงานอย่างมุ่งมั่น
เขามีความฝันจะสร้างครอบครัวที่สมบูรณ์กับแฟนสาว
เธอจะมารอ..ที่หน้าประตูบ้าน..ของเขา หลังจากที่เขาเลิกงาน
เขาพบเธอ..ก็ยิ้มแย้ม ..ยินดีต้อนรับ.. สนทนากัน..แล้วเธอก็กลับไป
วันนี้เขากลับถึงบ้าน ช้ากว่าปกติมาก
แต่แปลกที่ยังเห็นเธอยืนรอที่หน้าบ้านเขา.. เช่นทุกวัน

“ โทษทีนะที่รัก วันนี้มีงานด่วน เลยกลับมาช้าไปหน่อย ”

เธอยังยิ้มให้เขา “ คุณทำงานจนมีรถ มีบ้านอย่างที่ตั้งใจแล้ว
ทำไมยังทำงานหนักอีกล่ะ ?”

“ ผมอยากมีบ้านที่มีบริเวณมากกว่านี้ มีรถที่ดูโอ่อ่ามากกว่านี้
.. เพื่อคุณนะจ๊ะ ”

เวลาผ่านไป 1 ปี
หญิงสาวมาหาเขาบ้าง ไม่มาบ้าง แต่เขาไม่มีเวลามาใส่ใจกับเรื่องอย่างนี้

วันหนึ่งเธอเอ่ยถามเขา

“ คุณมีเงินมากพอจะซื้อบ้านหลังใหญ่รึยัง ?”

“ ขอเวลาอีกสักหน่อย ผมอยากซื้อแหวนวงใหม่ มาเปลี่ยนให้คุณด้วย ”

เขาจุมพิตมือที่สวมแหวนทองวงเล็กเบาๆ

“ ฉันบอกหรือว่า ฉันอยากได้แหวนวงใหม่ ?”

“ ผมอยากให้สิ่งที่ดีที่สุดเสมอ...ที่รัก ”


3 เดือนแล้ว..ที่เขาไม่เห็นเธอที่หน้าประตูบ้าน วันนี้เขามีบ้านหลังใหญ่
เขาจึงตัดสินใจลางาน 1 วัน เพื่อไปหาเธอ
เขาขับรถคันหรู ผ่านเส้นทางที่ขรุขระ อย่างยากลำบาก

‘ เธอต้องใช้ทางเส้นนี้มาหาเราทุกวันเหรอเนี่ย ?’ เขารำพึง

เมื่อมาถึง แม่ของเธอออกมาต้อนรับและมอบกล่องไม้ใบหนึ่งให้เขา
และบอกเส้นทางที่เป็นสถานที่ ที่เธออยู่ ที่ซึ่งเขาจะพบเธอได้

เนินเขาเล็ก ๆ รายล้อมไปด้วยดอกไม้ มีแท่นหินสลักชื่อหญิงสาว ตั้งอยู่กลางเนิน

น้ำตาของลูกผู้ชายไหลรินออกมา มือสั่นเทาของเขา เปิดกล่องไม้อย่างช้า ๆ

ข้างในกล่องอัดแน่นไปด้วยกระดาษแผ่นเล็ก ๆ

เขาเริ่มอ่านข้อความ..ทีละใบ...ทีละใบ....

“ วันนี้ ..คุณกลับมาช้า ..ฉันรอ 2 ชั่วโมง ..ไม่เป็นไร ..ฉันรักคุณ ”

“ วันนี้ฝนตก ..ฉันยังรอ .. แต่ไม่เจอคุณ.. ไม่เป็นไร ..แต่ฉันยังรักคุณ ”

“ ฉันเริ่มป่วย.. จนไปหาคุณไม่ได้ ..คุณคงไม่ทันได้สังเกต.. ไม่เป็นไร..
แต่ฉันยังรักคุณ ”

“ วันนี้ .. คุณบอกจะเปลี่ยนแหวนวงใหม่..
คุณคงลืมว่า..ฉันตอบตกลง..จะแต่งงานกับคุณ .. เพราะแหวนวงนี้
แต่ไม่เป็นไร..ฉันยังรักคุณ ”

ชายหนุ่มได้เรียนรู้แล้วว่า.......
บางทีสิ่งที่เขาไขว่คว้ามาตลอดชีวิต
อาจเทียบไม่ได้กับสิ่งเล็กน้อย ที่เขาเคยได้รับ จนเป็นเรื่องปกติของทุกวัน

รถคันหรูแล่นไกลออกไป เหลือไว้เพียงกล่องแหวนเพชร ราคาแพง หน้าหลุมศพ
ที่ดูไม่เหลือค่าอะไร .. สำหรับเขา..อีกต่อไป

“ ผมมีบ้านหลังใหญ่..แต่คงกว้างไป สำหรับการที่จะต้องอยู่คนเดียว
ผมมีรถราคาแพง แต่ไม่รู้จะขับไปรับใคร ให้มานั่งเคียงคู่ ..เพื่อไปที่ไหน ๆด้วยกัน

ผมมีเวลาอยู่กับงานครึ่งชีวิต แต่ไม่เคยมีเวลา ที่จะได้อยู่กับคนที่..ผมรัก

ตอนนี้ผมมีเงินมากมาย แต่ไม่อาจซื้อเวลาเพียง 1 นาที ที่จะบอกว่า ‘ รักเธอ ’..

ผมมีทุกอย่างเพียบพร้อมตามที่ผมฝัน แต่ขาดส่วนที่สำคัญที่สุด ..ที่อยากให้ย้อนกลับมา..จะได้ไหม ?”

...............................................................................................................................


ลองก้าวออกจากโต๊ะทำงานก่อนตะวันจะตกดินสักวันสองวันต่อสัปดาห์
หันกลับไปเอาใจใส่คนที่รักเราบ้าง อาจจะไม่ใช่แค่แฟนหรือคนรัก
บางที พ่อ แม่ ปู่ ย่า ตา ยาย ก็เฝ้ารอ 1 นาทีจากเราเหมือนกัน

ณ วันนี้...อย่างน้อยเราก็ยังมีเวลาเหลือมากกว่า 1 นาทีที่บางคนโหยหา...

อย่าปล่อยให้อะไรๆ มันสายเกินไป...
ชีวิตคน...ถึงมันจะไม่สั้นนัก...แต่มันก็ใช่ว่าจะยาวนานตลอดไป

.............
เงินทองที่มากมายจากการทำงานหักโหม...
บางทีอาจได้คืนกลับมาเพียงแค่โลงราคาแพงจากน้ำพักน้ำแรงในครึ่งชีวืตที่ผ่านมา

....................

..... อ่านจบแล้ว ถ้าคิดได้ เย็นนี้ก็ Shut down .......
ความคิดเห็นที่ 5
 2 ขอ
 อา , 10 ม.ค. 53 ,17:08
111.84.109.120
 คติ : ตะวา อ้ายเมา วันนี้อ้ายก่อเมา แหมพูก อ้ายตึงบ่เมา เออะ..

   ขอบคุณ บทความดีๆครับ
ผมเอง ตอนนี้ ห่างหายจากการตกปลาไปนานเลยครับ
มาคิดอีกที เพราะว่า เอาเวลาให้ครอบครัว(เมีย)
 หน้า : 1 
  การตอบ สำหรับสมาชิกเท่านั้น กรุณาเข้าสู่ระบบหรือสมัครสมาชิกก่อนนะค่ะ...!